1. ช่วงเวลาที่ต้องการรับ:
ภาคเรียนที่ 1
2. สาขาวิชา:
เทคนิคเครื่องกล
3. จำนวนรับ:
ชาย 20 คน
|
หญิง 0 คน
|
รวม 20 คน
4. การรับผู้เรียนพิการ:
ไม่รับ
5. ลักษณะงาน/ตำแหน่งงาน:
โรงประกอบตัวถัง (Body Shop), โรงพ่นสี (Paint Shop) และโรงประกอบขั้นสุดท้าย (Assembly Shop) ซึ่งต้องการกำลังคนจำนวนมากมาเรียนรู้และช่วยขับเคลื่อนงานในระบบ
6. ทักษะอาชีพหรือความรู้(พื้นฐาน)ที่ควรมี:
โรงประกอบตัวถัง (Body Shop) ทักษะเครื่องมือและการวัด: ต้องใช้เครื่องมือช่างพื้นฐาน (Hand Tools) ได้อย่างคล่องแคล่ว และอ่านค่าจากเครื่องมือวัดละเอียด (เช่น Vernier Caliper, Feeler Gauge) เพื่อตรวจสอบช่องห่างระหว่างชิ้นส่วนเหล็กความรู้ด้านงานเชื่อมพื้นฐาน: มีความเข้าใจเกี่ยวกับการเชื่อมสปอต (Resistance Spot Welding) และการเชื่อม CO2 แม้โรงงานจะใช้หุ่นยนต์เชื่อมเป็นหลัก แต่ช่างและเด็กฝึกงานต้องเข้าใจความสมบูรณ์ของจุดเชื่อม (Welding Quality)การอ่านแบบเทคนิค: สามารถอ่านแบบวิศวกรรม (Blueprint) หรือแบบภาพประกอบ 2 มิติ/3 มิติเบื้องต้นได้ เพื่อให้จัดวางตำแหน่งชิ้นส่วนเหล็กบนจิ๊ก (Jig Fixation) ได้ถูกต้องตามตำแหน่งมาตรฐาน โรงพ่นสี (Paint Shop)ความละเอียดรอบคอบในการตรวจผิวสัมผัส: ทักษะการใช้สายตาและการสัมผัส (Visual & Tactile Inspection) เพื่อค้นหาจุดบกพร่องบนผิวเหล็ก เช่น รอยเม็ดฝุ่น รอยตามด หรือสีเยิ้ม ก่อนและหลังการพ่นสีการเตรียมพื้นผิวและงานขัด: ทักษะการใช้เครื่องขัดกระดาษทราย ปืนลมเป่าฝุ่น และเทคนิคการเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำมัน/คราบสกปรกบนตัวถังความเข้าใจด้านสารเคมีและความปลอดภัย: เนื่องจากทำงานกับสี ทินเนอร์ และสารเคมีเคลือบผิว จึงจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องสารเคมีอันตรายเบื้องต้น (MSDS) รวมถึงวินัยในการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างเข้มงวด (เช่น หน้ากากกรองสารเคมี, ชุดป้องกันไฟฟ้าสถิต) โรงประกอบขั้นสุดท้าย (Assembly Shop หรือ General Assembly)ทักษะงานถอด-ประกอบยานยนต์: ความเข้าใจในระบบกลไกของรถยนต์ ไฟฟ้ารถยนต์ และชิ้นส่วนภายใน สามารถถอด-ประกอบชิ้นส่วนตามคู่มือมาตรฐาน (Standard Operation Procedure: SOP) ได้อย่างแม่นยำการใช้เครื่องมือทอร์ค (Torque Tools): โรงงานประกอบรถยนต์จะเน้นค่าแรงบิดในการขันน็อตทุกตัวเพื่อความปลอดภัย เด็กฝึกงานต้องใช้ปืนลม ปืนไฟฟ้า หรือประแจทอร์ค (Torque Wrench) ที่มีการตั้งค่าปอนด์ตามมาตรฐานได้อย่างถูกต้องความเข้าใจระบบสายไฟและปลั๊ก (Wiring & Harness): สามารถอ่านโค้ดสีสายไฟและคุ้นเคยกับการเดินสายไฟรถยนต์เบื้องต้น เนื่องจากรถยนต์ MG ยุคใหม่มีระบบเซนเซอร์ ADAS และกล่องสมองกลจำนวนมาก การเสียบพินและปลั๊กต้องแน่นสนิท 100%